ทอผ้า

posted on 23 Jan 2010 01:21 by thejob

 

การร่ายรำของชาวล้านนาเป็นที่ยอมรับกันว่ามีความอ่อนหวานนุ่มนวลในทุกท่วงท่าอากัปกิริยา ประกอบกับดนตรีพื้นเมือง สะล้อ ซอ ซึง ไม่ว่าจะเป็นการฟ้อนเทียน ฟ้อนเงี้ยว ฟ้อนเล็บ  นับเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี 

          การฟ้อนสาวไหม   ก็เป็นหนึ่งในการฟ้อนรำที่แสดงถึงวิถีชีวิตของชาวล้านนา   เป็นการเลียนแบบท่าทางการสาวไหมของหญิงสาว  ที่ยามค่ำว่างจากการทำงานในพื้นที่เกษตรก็จะนิยมทอผ้าไหม   โดยผู้คิดค้นประดิษฐ์ท่าฟ้อนสาวไหมขึ้นเป็นคนแรกคือพ่อครูกุย สุภาวสิทธิ์ ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านแม่ก๊ะ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งต่อมาพ่อครูกุยได้ถ่ายทอดท่าฟ้อนให้บุตรสาวคือแม่ครูบัวเรียว รัตนมณีพรเป็นผู้สืบทอด
แม่ครูบัวเรียวเล่าถึงประวัติความเป็นมาของการฟ้อนสาวไหมว่าถ่ายทอดมาจากวิถีชีวิตของชาวล้านนา ตั้งแต่การเก็บดอกฝ้าย สาวเส้นฝ้าย เข้าสู่กระบวนการถักทอที่ปราณีตบรรจง จนกลายมาเป็นผืนผ้าในที่สุด
          สำหรับชื่อการฟ้อนสาวไหม      ยังมีหลายคนเข้าใจว่าประดิษฐ์มาจากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อการทอผ้าไหม แต่แท้จริงแล้วการฟ้อนสาวไหม มีที่มาจากการทอฝ้าย

          สำหรับท่ารำแม่ครูบัวเรียวได้ดัดแปลงลีลาการฟ้อนต่อสู้แบบชายให้เข้ากับบุคลิกของสตรีคือให้อ่อนช้อยและลงจังหวะดนตรีแบบนาฏศิลป์ไทย ซึ่งในแต่ละท่วงท่าก็มีที่มาจากภูมิปัญญาล้านนาดั้งเดิมทั้งสิ้น ส่วนท่ารำปัจจุบันนั้น ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัว
          ครูปิ่นรัก  พรหมเสน ครูผู้สอนการฟ้อนพื้นเมือง โรงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนาเล่าว่า ท่าฟ้อนสาวไหมสามารถปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับครูผู้สอนจะรังสรรค์ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยังต้องคงไว้คือ การสื่ออารมณ์ของการฟ้อนเพื่อให้เข้าถึงความงดงามของวิถีชีวิตได้อย่างแท้จริง

          แม้ว่าการฟ้อนสาวไหมนั้นจะได้ชื่อว่าเป็นการฟ้อนที่ยาก   แต่ก็ยังมีคนรุ่นใหม่หลาย ๆ คนให้ความสนใจและเรียนรู้ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานการฟ้อนรำนี้

          การฟ้อนสาวไหมนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวล้านนา  ที่เรียบง่ายและงดงามแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่อนุชนรุ่นหลังควรอนุรักษ์และสืบทอดต่อไป

นักหาแร่

posted on 23 Jan 2010 01:19 by thejob

 

 

ระบำร่อนแร่ เป็นการแสดงประกอบท่าทางขั้นตอนการประกอบอาชีพของชนชาวภาคใต้ที่ออกจากบ้านไปหาแร่ ร่อนแร่ และ ตากแร่ แล้วพากันกลับบ้าน การแต่งกายจะแต่งกายแบบพื้นเมือง ในมือถืออุปกรณ์ในการร่อนแร่ ใช้ผู้หญิงแสดงล้วน เครื่องดนตรี ประกอบการแสดง ได้แก่ ตะโพน รำมะนา ระนาดเอก ฉิ่ง กลองตุ๊ก บทเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง ได้แก่ ตะลุงชาตรี อาจารย์ประสิทธิ์ ถาวร ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทยของวิทยาลัยนาฏศิลป์กรมศิลปากร เป็นผู้ประดิษฐ์ทำนองเพลง นักศึกษาระดับปริญญาตรี วิชาเอกนาฏศิลป์ไทย เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ

 

 

ชาวเขา

posted on 23 Jan 2010 01:12 by thejob

การแสดงที่เกี่ยวกับชาวเขา

 

ระบำเก็บใบชา

เป็นระบำที่แสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขาที่อาศัยอยู่ตอนเหนือ
ของไทยลักษณะการแสดง  สะท้อนให้เห็นกรรมวิธีในการเก็บใบชา เริ่มตั้งแต่
เช้าตรู่ ออกเดินทางไปเก็บใบชาตามไหล่เขา นำมาเลือกใบและผึ่งแดด ขณะที่รอ
ให้ใบชาแห้งต่างก็รื่นเริงสนุกสนา จวบจนเวลาเย็นจึงเก็บใบชาและ เดินทาง
กลับสู่ที่พัก ผู้แสดงจะแต่งกายเลียนแบบชาว
เข

ระบำชาวเขา 2 เผ่า

ระบำชาวเขา 2 เผ่า เป็นการแสดงที่นำเอาการเต้นของชาวเขา 2 เผ่า คือ เผ่าลีซอ และเผ่าอีก้อ (อาข่า) มาประดิษฐ์เป็นท่ารำที่สวยงาม แสดงให้เห็นถึงอารมณ์รื่นเริงสนุกสนาน ถึงแม้จะเป็นที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถแสดงร่วมกันได้

ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้วงประสมของเครื่องดนตรีพื้นเมืองเหนือ ซึ่งประกอบด้วย สะล้อ ซึง ปี่งุม และปี่ของชาวเขา
การแต่งกายของผู้แสดง แต่งแบบชาวเขาเผ่าอี้ก้อ คือนุ่งกระโปรงสีดำและเสื้อสีดำ แต่งเสื้อด้วยสีสันต่าง ๆ และแต่งแบบลีซอ คือใส่กระโปรงยาวสีฟ้า คลุมทับกางเกงขาสามส่วน
สีดำ